(มลพิษจากสารอันตราย)นโยบายป้องกันและขจัดมลพิษภายใต้นโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๕๙


(มลพิษจากสารอันตราย) นโยบายป้องกันและขจัดมลพิษภายใต้นโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๕๙

สถานการณ์

  • ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำสารอันตรายเข้ามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา ทั้งทางด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และสาธารณสุขเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ทั้งชนิดและปริมาณ โดยนำสารอันตรายทั้งในรูปสารเคมีอินทรีย์และสารอนินทรีย์เข้ามาจากประเทศเพื่มขึ้นจาก 1.31 ล้านตัน ในปี พ.ศ. 2531 เป็น 2.79 ล้านตัน ในปี พ.ศ. 2536 สารอันตรายที่นำเข้าเหล่านี้ จะอยู่ในลักษณะที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและสารเคมีพื้นฐาน ที่จะต้องนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมต่อไป โดยส่วนใหญ่จะเป็นสารที่จัดอยู่ในจำพวกวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด วัตถุมีพิษ และวัตถุกัดกร่อน สารอันตรายเหล่านี้ปัจจุบันนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง ขาดความรับผิดชอบ และความตะหนัก ตลอดจนขาดการรักกุมในการควบคุมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย การขนส่ง การใช้การเก็บรักษา และการทำลายกาก ได้มีผลทำให้เกิดอุบัติภัยร้ายแรงและเกิดพิษภัยอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งความเป็นพิษนี้เป็นได้ทั้งแบบเฉียบพัน และเรื้อรัง รวมทั้งสร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนด้วย นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งในดิน น้ำ และตะกอน ซึ่งสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนอาจนำไปสู่ความเสียหายของระบบนิเวศน์ได้ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผลิตผลการเกษตร ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย
     
  • ปัญหามลพิษจากสารอันตรายดังกล่าว ได้มีการแก้ไปแล้วบางส่วนแต่ก็ยังมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้นต่อไปในอนาคตได้ เนื่องจากประเทศไทยกำลังพัฒนาเป็นประเทศกึ่งอุตสาหกรรมหรือประเทศอุตสาหกรรมใหม่จึงมีแนวโน้มที่จะต้องนำสารอันตรายเข้ามาใช้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดปัญหามลพิษจากสารอันตรายมากขึ้นด้วนเช่นกัน ถ้าขาดการจัดการที่เหมาะสมตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้า การผลิต การจำหน่าย การขนส่ง การใช้ การเก็บรักษาและการกำจัดกากทั้งนี้เนื่องจากในปัจจุบันการนำเข้าสารอันตรายบางชนิดยังไม่มีการควบคุมไม่มีชื่อสามัญกำกับ ขากมาตรฐานและเกณฑ์ปฏิบัติในการขนส่ง ขาดระบบการติดตามการขนส่ง ขาดการพิจารณากลั่นกรองเทคโนโลยีในนกระบวนการผลิตไม่มีการควบคุมสารอันตรายในระบบการผลิต ขาดการควบคุมดูแลผู้จำหน่ายรวมทั้งแผนปฏิบัติการฉุกเฉินในกรณีเกิดอุบัติภัยจากสารอันตรายยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงและการปฏิบัติตามแผนก็ยังไม่มีประสิทธิภาพ ประการสำคัญ การให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของสารอันตรายยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง และเจ้าสถานประกอบการขาดความรับผิดชอบในการดูแลและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นด้วย

เป้าหมาย

  1. ลดและควบคุมมลพิษจากสารอันตรายจากแหล่งกำเนิดทุกประเภท ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชน
  2. มีแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินจากอุบัติภัยร้ายแรงของสารอันตราย โดยเฉพาะในพื้นที่ทีมีความเสี่ยงสูง ระดับประเทศ และระดับจังหวัด
  3. จัดตั้งศูนย์พิษวิทยา และศูนย์ข้อมูลด้านสารอันตรายระดับประเทศ

นโยบายและแนวทางดำเนินการ

นโยบายป้องกันและขจัดมลพิษจากสารอันตราย ประกอบด้วยนโยบาย 4 ประการ

  1. ให้มีระบบการจัดการสารอันตรายที่มีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมกระบวนการนำเข้า การผลิต การขนส่ง การจำหน่าย การใช้ การเก็บรักษา และการกำจัดกาก
  2. ให้มีระบบป้องกันและแก้ไขกรณีฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติภัยร้ายแรงจากสารอันตรายในภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และคลังสินค้า
  3. ส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
  4. ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมลงทุนในการแก้ปัญหาการจัดการสารอันตราย

แนวทางดำเนินการ

1. แนวทางด้านการจัดการ

1 ให้มีการลดและควบคุมหรือแนะนำการใช้สารอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยทั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
2 ควบคุมการขนส่งสารอันตรายโดยการกำหนดมาตรฐานพาหนะ วิธีการขนส่ง เส้นทางที่เหมาะสมในการลำเลียงขนส่ง ความเร็วในการขับขี่ คุณสมบัติและหนน้าที่ของผู้ขับขี่ยานพาหนะขนส่ง ฉลากระบุรายละเอียดสารอันตราย รวมทั้งจัดให้มีระบบประกันภัยในการขนส่งสารอันตรายและอื่นๆ เพื่อการกำจัดทำลายเมื่อไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบ
3 ควบคุมการเก็บรักษาสารอันตราย โดยกำหนดเขตพื้นที่ตั้งคลังสินค้าอันตราย กำหนดมาตรฐานคลังสินค้าอันตรายพร้อมระบบป้องกันและแก้ไขกรณีฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติภัย รวมทั้งจัดให้มีระบบประกันภัยในการเก็บสินค้าอันตรายด้วย
4 จัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉินจากอุบัติภัยร้ายแรงจากสารอันตราย ทั้งในเขตอุสาหกรรมและระดับจังหวัด โดยรัฐต้องจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับที่เพียงพอ และกำหนดให้โรงงานที่มีการใช้สารอันตรายเป็นวัตถุดิบในการผลิตต้องจัดทำแผนป้องกันอุบัติภัยในระดับโรงงานด้วย
5 ให้กิจการที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติภัยจากสารอันตรายต้องมีระบบป้องกันอุบัติภัยและแก้ไขกรณีฉุกเฉิน โดยรัฐให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรและแรงจูงใจอื่นๆ
6 สำรวจข้อมูลและพัฒนาระบบเครือข่ายข้อมูลด้านสารอันตราย รวมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลการนำเข้าและส่งออกสารอันตรายแห่งชาติ เพื่อให้บริการและแลกเปลี่ยนข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


2. แนวทางด้านการลงทุน

1 สนับสนุนให้มีการตั้งนิคมอุตสาหกรรมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้สารอันตรายเป็นวัตถุดิบในการผลิต ทั้งนี้เพื่อให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ โดยรัฐเป็นผู้ให้การสนับสนุนเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับการใช้โรงงานดังกล่าวเข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมและสำหรับปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีที่สะอาด
2 จัดตั้งและพัฒนาสมรรถนะศูนย์พิษวิทยาให้เป็นระบบเครือข่าย เพื่อให้บริการข้อมูลและคำปรึกษาในการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับพิษจากสารอันตรายตลอด 24 ชม. และสนับสนุนให้หน่วยงานนของรัฐจัดตั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย รวมทั้งมีกำลังคนเพื่อดำเนินระบบเครือข่ายข้อมูลสารอันตรายในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อรองรับแผนปฏิบัติการฉุกเฉินจากอุบัติภัยจากสารอันตราย
3 ให้มีหน่วยพยาบาลสำหรับผู้ที่ได้รับพิษจากสารอันตรายโดยเฉพาะ ในโรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่ง
4 จัดตั้งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารตกค้างในผลิตผลการเกษตร เครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งในหน่วยงานภาคเอกชนให้มากขึ้น ตลอดจนให้มีมาตรการรับรองความถูกต้องของผลการวิเคราะห์ด้วย

 


3. แนวทางด้านกฎหมาย

1 ควบคุมสารอันตรายให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ โดยให้มีหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นผู้ติดตามตรวจสอบเร่งรัดการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถจัดการสารอัตรายอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย การขนส่ง การใช้ การเก็บรักษาและการกำจัดกาก
2 กำหนดมาตรฐานสารอันตรายที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ผลิตผลการเกษตร และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆให้ครอบคลุมจำนวนชนิดมากขึ้น
3 กำหนดให้อุตสาหกรรมทุกประเภทที่ใช้และผลิตสารอันตรายร้ายแรงในปริมาณมาก ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและประเมินความเสี่ยงอัตราย
4 กำหนดให้กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติภัยอันเนื่องจากสารอันตราย ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ กำลังคนและการฝึกปฏิบัติเพื่อป้องกันและแก้ไขกรณีฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติภัย
5 พิจารณาห้ามนำเข้า และผลิตหรือจำกัดการใช้อย่างเข้มงวด สำหรับสารอันตรายทางด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและสาธารสุขที่มีคุณสมบัติทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

4. แนวทางด้านการสนับสนุน

1 ส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อการจัดการสารอันตรายอย่างเหมาะสม รวมทั้งพัฒนาการใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนสารอันตราย การผลิตผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีที่สะอาดในกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมเพื่อลดการใช้สารอันตรายร้ายแรงให้น้อยลง รวมทั้งส่งเสริมการจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน และการใช้สารสารทดแทนจากธรรมชาติ เพื่อลดปริมาณการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้น้อยลง
2 ให้มีแผนปฏิบัติการและดำเนินการให้ความรู้ความเข้าใจในการใช้สารอันตรายอย่างถูกต้องและปลลอดภัยแก่ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม และการเกษตรทั่วไป ทั้งนี้โดยสนับสนุนให้องค์กรเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ
3 ฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติเจ้าหน้าที่ ประชาชน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้และทักษะด้านเทดโนโลยีการจัดการสารอันตราย โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขอุบัติภัยจากการผลิต การขนส่ง การใช้ การเก็บรักษาและการกำจัดกาก รวมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนได้รับการอบรมด้านการจัดการข้อมูลสารอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ
4 ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเกิดการตื่นตัวและตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวกับสารอันตรายอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยสื่อมวลชนทุกแนงเพื่อกระจายข่าวสารไปสู่ภูมิภาคต่างๆของประเทศได้อย่างทั่วถึง