ประเทศเกาหลีใต้ชู‘ลดใช้พลาสติก’ตีตลาดอาเซียน


ประเทศเกาหลีใต้ชู‘ลดใช้พลาสติก’ตีตลาดอาเซียน

14 กันยายน 2562

 

เทรนด์ลดการใช้พลาสติกในประเทศเกาหลีใต้กำลังติดลมบน ประชาชนต่างตื่นตัวตอบรับนโยบายรัฐบาลที่ได้ประกาศแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในประเทศ และเริ่มใช้กฎหมายการอนุรักษ์ทรัพยากร รวมถึงส่งเสริมการรีไซเคิลขยะฉบับปรับปรุงเมื่อต้นปี 2562 ประเทศเกาหลีใต้ต้องการหลุดพ้นจากตำแหน่งประเทศที่ผลิตขยะมากเป็นอันดับ 2 ของโลก และดูเหมือนว่าแผนรณรงค์ลดการใช้ขยะพลาสติกแบบครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นหลอด แก้วน้ำ ถุง และบรรจุภัณฑ์พลาสติกทุกชนิดในประเทศเกาหลีใต้ จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อต้องการหยุดการเพิ่มขยะทำลายสิ่งแวดล้อม เดิมที่มีอยู่มากกว่า 2,500 ล้านชิ้น หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 62 กิโลกรัมต่อประชากรหนึ่งคนต่อปี จุง วุง มูน กรรมการผู้จัดการบริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก ประเทศไทย หนึ่งในบริษัทสัญชาติเกาหลีใต้ที่ชูคอนเซ็ปต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยืนเต็งหนึ่งต่อต้านกับการใช้ขยะพลาสติกได้ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทต้องการสร้างแบรนด์ตอกย้ำให้ลูกค้าคนไทยรู้จักล็อก แอนด์ ล็อก ในมุมมองที่จะร่วมมือกันอนุรักษ์ธรรมชาติภายใต้ร้านชื่อ เพลสแอลแอล (PlaceLL) มีคอนเซ็ปต์ชัดเจน เน้นขายสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง “ล็อกแอนด์ล็อก หวังเป็นส่วนหนึ่งส่งเสริมให้ในเอเชีย และอาเซียนบรรลุแนวทางจัดการพลาสติกให้เหลือศูนย์ (Zero Waste) ได้สำเร็จ” ร้านเพลสแอลแอลสาขาแรกในประเทศไทยถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้เปิดที่เกาหลีไปแล้ว 3 สาขา “บริษัท มีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และลดการใช้พลาสติกซิงเกิลยูส (Single Use) และอยากเป็นทางเลือกให้กับคนไทยได้ใช้บรรจุภัณฑ์คุณภาพดีที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีดีไซน์ทันสมัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยและเป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวัน” ทั้งนี้สินค้าของล็อก แอนด์ ล็อกทั้งหมดเป็นสินค้านำเข้าจากโรงงานที่อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ เวียดนาม และจีน โดยยืนยันในคุณภาพสินค้าที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จุงบอกว่าส่วนตัวมองเห็นศักยภาพในประเทศไทย ทั้งแนวโน้มการแข่งขันของธุรกิจสินค้าขายปลีกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีระบบกระจายสินค้าที่แข็งแรง และยังเห็นแบรนด์ระดับโลกอื่น ๆ ก็เข้ามาปักธงธุรกิจเปิด flagship store ในไทยมากมายทำให้เชื่อว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการลงทุนธุรกิจสินค้าขายปลีก สำหรับก้าวขยายต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทมีสินค้าประมาณกว่า 8,000รายการ สำหรับประเทศไทยจะนำเข้าประมาณกว่า 5,000รายการ ในจำนวนนี้มีประเภทสินค้าหลากหลาย เช่น ทัมเบลอร์ หรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนเย็น แก้วกล่องถนอมอาหาร เครื่องครัว อุปกรณ์ทำอาหาร และอุปกรณ์การเดินทาง “บริษัทได้ตั้งเป้าที่จะทำตลาดในส่วนกระบอกเก็บความร้อนความเย็นให้มากขึ้นและคาดหวังว่าได้ส่วนแบ่งทางการตลาด 30% ส่วนในปีหน้า จะทำการตลาดเครื่องครัวที่ทำจากวัสดุไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพให้มากขึ้นเช่นกัน และตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างน้อย 10%” ส่วนในปี 2563 คาดหวังว่าจะมีรายได้โดยรวม 487 ล้านบาท ในทุกช่องทางการจำหน่ายสินค้าของล็อกแอนด์ล็อก ทั้งช็อปในห้างสรรพสินค้า การขายทางออนไลน์ และการค้าระหว่างผู้ค้ากับลูกค้า (B2B) ขณะที่แผนการตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น จุง วุง มูน กล่าวว่าเมื่อสิบปีก่อนได้เข้าไปก่อตั้งบริษัททั้งในประเทศเวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย ส่วนประเทศเมียนมา กัมพูชา มาเลเซีย และ สิงคโปร์นั้น บริษัทเพิ่งได้จัดตั้งมีบริษัทตัวแทนจำหน่าย หากรวมร้านค้าที่มีอยู่แล้วในตอนนี้ทั้งหมด มีอยู่ 133 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้กำลังทยอยปรับปรุงร้านค้าที่มีอยู่เดิมทั้ง 2 สาขา ที่แฟชั่นไอส์แลนด์ และเมกาบางนา ให้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ใหม่ โดยวันที่ 20 ก.ย.เปิดสาขาที่สามย่านมิตรทาวน์ รวมถึงตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 5 สาขา ภายในปี 2563 ส่วนปีหน้า บริษัทวางแผนไว้ว่าจะมีการลงทุนเพิ่มในไทยอีกประมาณ 32 ล้านบาทเพื่อรองรับการขยายตลาด และขยายสาขาใหม่อีกหลายแห่ง บริษัทมุ่งมั่นที่จะปลุกปั้นให้ร้านล็อก แอนด์ ล็อกที่ประเทศไทย เป็นจุดแสดงสินค้าเพื่อดึงลูกค้าจากประเทศใกล้เคียง โดยเฉพาะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเพื่อนบ้านของประเทศไทยให้เดินทางมาเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ที่นี่

ที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/847189