นักวิชาการรุมจวกหน่วยงานรัฐรับบริจาคถุงดำขยะอุตสาหกรรมทำบิ๊กแบ๊กวางชายหาดทับสะแก


นักวิชาการรุมจวกหน่วยงานรัฐรับบริจาคถุงดำขยะอุตสาหกรรมทำบิ๊กแบ๊กวางชายหาดทับสะแก

12 ตุลาคม 2562 

 

ที่มา: https://siamrath.co.th/n/108530

จากกรณีฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่องค์กรท้องถิ่น ร่วมกันวางถุงบิ๊กแบ๊ก 1,000 ชุด ผลิตจากพลาสติคสีดำ บริเวณชายหาดหมู่ 2 บ้านทุ่งประดู่ ตำบลทับสะแก ต่อมาชาวบ้านพบคราบฝุ่นสีดำบริเวณชายหาด จากการตรวจสอบพบว่าเป็นถุงบิ๊กแบ๊กเคยใช้บรรจุสารเคมีจากประเทศจีน โดยหน่วยงานของรัฐแจ้งว่าได้รับบริจาคจากเอกชนที่จะได้งานรับเหมาทำเขื่อนกันคลื่นของกรมเจ้าท่า นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าถุงดำทั้งหมดต้องรื้อออกเร็วๆนี้ จากนั้นจะใช้งบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) ในอำนาจของจังหวัดในวงเงิน 10 ล้านบาทจัดซื้อบิ๊กแบ๊กใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหา แต่ขณะนี้ขอวางบิ๊กแบ๊กไว้ก่อนจนกว่าจะมีของใหม่มาทดแทน เพราะชาวบ้านยันว่าให้วางไว้ก่อนเพื่อแก้ปัญหาคลื่นทะเลซัดบ้านเรือนเสียหาย และขอเรียนว่างบสร้างเขื่อนเป็นของกรมเจ้าท่าไม่ใช่งบประมาณของจังหวัด หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้รับเหมาทิ้งงานตั้งแต่ปลายปี 2561 แต่มาตรการเยียวยาผลกระทบยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นที่หาดทุ่งประดู่ความยาว 1,175 เมตรงบประมาณ 60 ล้านบาท ก่อสร้างได้เพียง 400 เมตร หลังจากกรมเจ้าท่าทำสัญญาจ้างตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2560 ใช้เวลาสร้าง 540 วัน นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลชื่อดัง กล่าวว่าตามปกติเอกชนไม่สามารถนำบิ๊กแบ๊กไปบริจาคเพื่อวางบนชายหาดได้โดยพลการ แม้ว่าจะอ้างว่าเป็นการวางไว้ชั่วคราว ก่อนที่หน่วยงานราชการในพื้นที่จะอนุญาตให้นำไปใช้ที่ชายหาด ที่สำคัญควรตรวจสอบให้ละเอียด อย่าเร่งรีบ เพราะการใช้ถุงพลาสติคสีดำที่เป็นวัสดุใช้แล้ว มีผงถ่านแบล็คคาร์บอนปะปนเป็นฝุ่นขนาดเล็ก อาจมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาจากไม่โครพลาสติค ดังนั้นหากจะป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ขณะนี้มีการกำหนดรูปแบบอย่างชัดเจนเพียง แต่ต้องดูผลกระทบให้รอบคอบและปัจจุบันการใช้ถุงปุ๋ยพลาสติคบรรจุทรายที่ชายหาดก็ไม่นิยมใช้แล้ว ขณะที่นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Sonthi Kotchawat ระบุว่า ผิดพลาดเพราะขาดความรู้ต้องรีบClean upโดยเร็ว

1. ชาวบ้านที่อาศัยใกล้บริเวณชายหาดทุ่งประดู่ หมู่ 2 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ร้องเรียนว่าประสบปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลัง

2. ฝ่ายปกครองของอำเภอทับสะแกได้มีการนำทรายจากชายหาดไปบรรจุลงในถุงบิ๊กแบ็คซึ่งเป็นถุงที่เคยใช้บรรจุผงคาร์บอนด์แบล็คที่ส่งมาจากประเทศจีนจำนวน1000 ถุงแล้วนำไปวางกันคลื่นอ้างว่าเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่เหลือกว่า 800 เมตรซึ่งได้ถูกคลื่นกัดเซาะและมีผงคาร์บอนด์แบล็คออกมาปนเปื้อนบนชายหาดและน้ำทะเลจำนวนมาก

3. ผงคาร์บอนด์แบล็คเป็นผลผลิตจากการกลั่นน้ำมันชนิดหนัก เมื่อนำไปผสมกับยางรถยนต์จะมีสีดำและให้คุณสมบัติที่ทนต่อแรงเสียดทานและมีความยืดหยุ่นสูง หากนำไปทิ้งหรือหมดอายุจะจัดเป็นกากของเสียอุตสาหกรรมอันตรายโดยมีรหัส061303 HA และเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม2Bขององค์การอนามัยโลกคืออาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์ ซึ่งตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วพ.ศ.2548 ต้องนำกากของผงคาร์บอนด์แบล็ครวมทั้งภาชนะที่บรรจุไปกำจัดในโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานเท่านั้นไม่ควรนำถุงมาใช้ใส่ทรายกันคลื่นจนแตกมีผงคาร์บอนด์แบล็ครั่วออกมาปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมดังกล่าวซึ่งถือว่าผิดกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องรีบ Clean upโดยด่วน