คู่มือสำหรับการทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแม่น้ำ


บทนำ

 

เมืองลำพูนตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเชียงใหม่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ห่างประมาณ 24 กิโลเมตร มีประชากร 15,000 คน หน่วยปกครองตนเองคือ เทศบาล มีพื้นที่ประมาณ 6 ตารางกิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของเมืองมีแม่น้ำกวงไหลผ่าน ซึ่งในปัจจุบัน แม่น้ำกวงนี้เน่าเสียอันเนื่องมาจากน้ำเสียชุมชน ดังนั้น ทางมูลนิธิศูนย์สิ่งแวดล้อมโลก (GEC) จึงได้ริเริ่มให้คำแนะนำและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียชุมชน และอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา รวมเป็นเวลาประมาณ 3 ปี ทางเทศบาลลำพูนเองก็ได้มีการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่และได้วางระบบท่อระบายน้ำเสีย การแก้ปัญหาน้ำเสียนอกจากจำเป็นจะต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแล้ว ยังจำเป็นจะต้องมีการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน เพื่อเป็นการลดปริมาณน้ำทิ้งชุมชนที่ไหลลงสู่แม่น้ำ จะมีผลทำให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำดีขึ้น ดังนั้น GEC ได้ร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และเทศบาลลำพูน เริ่มทำโครงการต้นแบบกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ โดยเน้นที่การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำในแม่น้ำกวง อันเนื่องมาจากการทำกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีลักษณะโครงสร้างของกิจกรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นถิ่น โดยอาศัยประสบการณ์การทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จัดอยู่ในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อการเสริมสร้างบุคลากรที่จะเป็นผู้นำในการกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำกิจกรรมสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เน้นที่ปัญหาสิ่งแวดล้อม
จากประสบการณ์การทำกิจกรรมที่เทศบาลลำพูน ได้มีการจัดทำคู่มือขึ้นสำหรับบุคลากรที่จำทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแม่น้ำ คู่มือฉบับที่แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน โดยในบทที่ 1 และ 2 จะเป็นการแนะนำปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว และการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมแม่น้ำรวมถึงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ ส่วนในบทที่ 3 จะเป็นตัวอย่างกิจกรรมที่จัดขึ้นในเดือนมกราคม 2545 ที่ผ่านมา ซึ่งกิจกรรมนี้แบ่งเป็นสองส่วนคือ เวิร์กช๊อปเพื่อผู้นำทางด้านสิ่งแวดล้อม และการเยี่ยมชมแม่น้ำเพื่อประชาชนทั่วไป ลักษณะการจัดกิจกรรมจะเป็นไปตามวิธีที่กล่าวไว้ในบทที่ 2
ทางคณะผู้จัดทำมีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะให้คู่มือฉบับนี้ได้รับการปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมเท่าทันกับสถานการณ์ เวลา และปัญหา จึงใคร่อยากที่จะให้ผู้ใช้คู่มือฉบับนี้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมายังคณะผู้จัดทำเพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมดียิ่งขึ้นต่อไป
ทางคณะผู้จัดทำเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมน้ำ และได้รับการแพร่หลายออกไปสู่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป

มีนาคม 2545
มูลนิธิศูนย์สิ่งแวดล้อมโลก 
แม่น้ำกวง (มกราคม 2545)

บทที่ 1 การเรียนรู้เพื่อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว

สิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์ สิ่งแวดล้อมเป็นส่วนที่เราสัมผัสได้ รู้สึกได้ และมองเห็นได้ ตัวอย่างเช่น แม่น้ำ ทะเล หาดทราย ป่าเขา ทุ่งหญ้า ท้องนา สวนผลไม้ หรือในบริเวณเมือง หรือแม้กระทั่งในบ้านที่เราอยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนที่ครอบครัวของเรา เพื่อน หรือเพื่อนบ้านอยู่อาศัย
เราควรจะทำอย่างไรเมื่อสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพแย่ลง ก่อนอื่นจะต้องทำการตรวจสอบดูว่ามีอะไรผิดปกติไปจากเดิมบ้าง จากนั้นก็พยายามศึกษาตัวปัญหาที่เกิดขึ้นให้กระจ่างชัด แล้วหาวิธีการแก้ไข และทำการลงมือปฏิบัติเป็นขั้นตอนต่อไป โดยภายหลังการปฏิบัติก็ให้ตรวจสอบดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่ ซึ่งถ้าได้รับการแก้ไขแล้วก็ยังแสดงว่าการปฏิบัติของพวกเราเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง
หากยังไม่ได้รับการแก้ไขก็จะต้องนำกลับมาพิจารณาว่าทำไมจึงไม่ได้รัการแก้ไข แล้วจึงทำการลงมือปฏิบัติอีกครั้งหนึ่ง เราลองมาดูตัวอย่างปัญหาสิ่งแวดล้อมน้ำต่อไปนี้

1. ค้นพบปัญหา

 

ปัญหาการเสื่อมสภาพของสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่จะถูกค้นพบ โดยประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น เช่น ถ้าเป็นปัญหาการเน่าเสียของแม่น้ำ สิ่งที่จะค้นพบคือ น้ำขุ่นมากขึ้น ปลามีจำนวนน้อยลง ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลงพอฝนตกน้ำก็จะท่วมทัน น้ำมีกลิ่นเหม็น หรืออื่นๆ เป็นต้น

2.ศึกษาตัวปัญหา

บางครั้งเรามักจะใช้คำพูดที่กำกวม เช่น คำว่า "สกปรก" การพูดว่าแม่น้ำสกปรกจะไม่สามารถบอกได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร อาจจะเป็นจากการที่มีขยะถูกทิ้งเกลื่อนกลาดอยู่บริเวณริมน้ำหรือการที่น้ำในแม่น้ำอาจมีกลิ่นเหม็น หรือน้ำในแม่น้ำมีสีดำคล้ำ เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องหาสาเหตุความสกปรกที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการศึกษาตัวปัญหาให้มีความชัดเจนมากขึ้น,
การที่น้ำในแม่น้ำมีลักษณะขุ่นข้นก็ยังทำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจสอบในลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีกอาจจะต้องมีการนับจำนวนปลา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบด้วย

  3.ศึกษาสาเหตุของปัญหา

โดยส่วนใหญ่ประชาชนท้องถิ่นจะทราบถึงสาเหตุของปัญหาการเน่าเสียของแม่น้ำเป็นอย่างดี เช่น ชุมชนทางต้นน้ำมีการทิ้งน้ำเสียลงมา หรือมีการสร้างฝายทดน้ำเพื่อการเกษตรแล้วทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางในการไหล ดังนั้น จะต้องมีการพูดคุยกันเพื่อแลดเปลี่ยนความคิดเห็นและจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเก่าที่ได้มีการบันทึกเอาไว้ก่อนหน้าเพื่อใช้ประกอบ การศึกษาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น
4. พิจารณาร่วมกัน ลงมือปฏิบัติ
ในการทำการแก้ไขปัญหาอาจทำเพียงคนเดียวก็ได้ แต่การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มจะให้ผลที่เร็วขึ้น ดังนั้นอาจจะมีการปรับความคิดเห็นของแต่ละบุคคลเข้าหากันเป็นกลุ่มๆ แล้วจึงแยกไปลงมือปฏิบัติตามความคิดเห็นร่วมของแต่ละกลุ่ม

5. จดบันทึก

ระหว่างการลงมือปฏิบัติ ก็ให้ทุกคนบันทึกสิ่งที่คิด สิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน สิ่งที่ปฏิบัติ ลงไปในสมุดจดบันทึกแยกตามวันที่ วิธีการจดบันทึกอาจแตกต่างกันได้ สมุดบันทึกเล่มนี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการติดตามตรวจสอบและสรุปผลการปฏิบัติ

6. รายงานผล

ในการทำการตรวจสอบการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องมีการเปิดเผยข้อมูลภายหลังจากการวิเคราะห์ผลเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาการแก้ไขปัญหา และมีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติในรายงานจะต้องมีชื่อของผู้ก่อความเดือดร้อนอยู่ ดังนั้นอาจเปลี่ยนรูปแบบลักษณะการเขียนไปตามกลุ่มเป้าหมาย หากต้องการตักเตือนผู้ก่อความเดือดร้อน อาจมีการเขียนไปในรายงานตามความเป็นจริงก็ได้

7. ตรวจสอบกลับ

ในแต่ละกิจกรรมจะมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ณ จุดเริ่มต้นจะมีการวางเป้าหมายการดำเนินกิจกรรมไว้อย่างชัดเจนที่จุดสิ้นสุดจะมีการประเมินผลที่ออกมาว่าเป็นอย่างไร ในการประเมินจะแบ่งเป็น 3 จุดใหญ่ๆ คือ จุดดี จุดที่ควรปรับปรุง จุดที่มีการเปลี่ยนแปลง จุดดีคือจุดที่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หากกิจกรรมใดเป็นไปตามเป้าหมายก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุดของกิจกรรมนั้น จุดที่ควรปรับคือจุดที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จะเป็นบทเรียยนให้มีการวางมาตรการแก้ไขในกิจกรรมต่อไป จุดที่มีการเปลี่ยนแปลงคือการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มเป้าหมายที่เกิดขึ้นก่อนและหลังทำทำกิจกรรม การทำกิจกรรมใดๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเช่นเดียวกับการปาหินลงไปในน้ำกิจกรรมการปรับปรุงแวดล้อมน้ำก็จะมีผลให้สภาพแวดล้อมและลักษณะ ของสังคมท้องถิ่นมีการพัฒนาขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลทำให้แต่คนมีวุฒิภาวะความรับผิดชอบสูงขึ้นด้วย
         

 

  
ข้อมูลเพิ่มเติม www.pcd.go.th/info_serv/water_GEC.htm