อบต.ต้นแบบแผนประชารัฐแปร “ขยะเงิน” เป็น “ขยะบุญ”


อบต.ต้นแบบแผนประชารัฐแปร “ขยะเงิน” เป็น “ขยะบุญ”

20 มิถุนายน 2562 

 

ปัจจุบันหลายภาคส่วนเริ่มหันไปให้ความสนใจกับเรื่องของ “ขยะ” มากขึ้น และด้วยความเจริญเติบโตของเมือง ประกอบกับผู้คนในชาติไร้ระเบียบวินัย ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จนกลายเป็น “ขยะล้นเมือง” การแก้ปัญหามีความแตกต่างกันไปในรูปแบบต่างๆ ตามแต่ละท้องถิ่น อย่างเช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด กลายเป็นต้นแบบการลดขยะแบบง่ายๆ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนในชุมชน นายก อบต.เหนือเมือง ร่วมกับนายสมเชาวน์ บำรุงชัย ปลัด อบต.เหนือเมือง และ ผู้บริหารท้องถิ่น ได้ร่วมกันจัดโครงการรับซื้อขยะจากชาวบ้านที่ผ่านการคัดแยกแล้วมาขายต่อให้กับพ่อค้า พร้อมกับมีการต่อยอดจาก “ขยะทอง” เป็นโครงการ “ขยะเงิน… ขยะบุญ” เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายขยะไปใช้ในการฌาปนกิจสงเคราะห์ให้กับสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะที่เสียชีวิต นายก อบต.เหนือเมือง เปิดเผยถึงความเป็นมาของโครงการว่าตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2559 เห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ (พ.ศ. 2559-2564) ตามทีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ ต่อมาในวันที่ 20 ก.ย.2554 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ” ตามแนวทาง “ประชารัฐ” ระยะ 1 ปี (พ.ศ. 2559-2560) และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯ โดยให้กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย “อบต.เหนือเมืองจึงได้ทำโครงการคัดแยกขยะต้นทาง โดยวิธีการรับซื้อขยะจากชาวบ้านที่ผ่านการคัดแยกแล้ว จากนั้นนำขยะทั้งหมดเปิดให้พ่อค้าประมูล ตกปีละประมาณ 400,000 กิโลกรัม เงินรายได้ส่วนหนึ่งหักเข้ากองทุน นำไปช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิต เป็นค่าฌาปนกิจสงเคราะห์ศพ ล่าสุดได้รับเงินสูงถึง 22,140 บาท” ด้านนายสมเชาวน์ บำรุงชัย ปลัด อบต.เหนือเมือง กล่าวว่าสำหรับขยะจะแยกเป็น “ขยะบุญ” กับ “ขยะทอง” ซึ่งขยะทองเป็นขยะที่สามารถนำไปขายและนำเงินไปช่วยเหลือเกื้อกูลสมาชิกในครอบครัวที่เป็นสมาชิกของกองทุนกรณีเสียชีวิต หากมีสมาชิกในกองทุนเสียชีวิต กองทุนก็จะมีเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพในเบื้องต้น ตอนนี้อยู่ที่ศพละ 22,140 บาท เงินที่กองทุนหักจากสมาชิกเฉลี่ยครอบครัวละ 20 บาท/เดือน อาจเป็นเงินไม่มากนัก แต่ก็แสดงถึงความมีน้ำใจและเกื้อกูลต่อกัน ทั้ง 23 หมู่บ้าน ไม่ว่าสมาชิกในหมู่บ้านรายใดเสียชีวิตจะมีเงินที่ได้จากการขายขยะนำไปมอบให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต เป็นการรักษาขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมที่ดีที่มีต่อกันในกลุ่มของพี่น้อง ตำบลเหนือเมือง โครงการดังกล่าวดำเนินการมาแล้วประมาณ 3 ปี ในแต่ละปีสามารถขายขยะได้มากถึง 400,000 กิโลกรัม รวมรายได้ 3 ปี กว่า 3,000,000 บาท ช่วยเหลือ สมาชิกที่เสียชีวิตไปแล้วกว่า 1,500,000 บาท “ในอดีตก่อนจะมีโครงการนี้เกิดขึ้น ขยะทั้งหมดถูกนำไปทิ้งที่กองขยะรวมของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลเหนือเมือง ความเดือดร้อนและความรำคาญเหตุต่างๆก็หนีไม่พ้นชาวบ้านในพื้นที่ ดังนั้นการทำโครงการนี้ถือเป็นการลดจำนวนขยะได้กว่า 400,000 กิโลกรัม” อบต.เหนือเมือง ยินดีที่จะเป็นเครือข่ายตำบลต้นแบบให้แก่ ตำบลอื่นๆในจังหวัดและต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังมีโครงการต่อยอดขึ้นอีก อย่างเช่น งานศพสีเขียว คือรณรงค์ให้ใช้พวงหรีดที่ทำจากธรรมชาติ สามารถย่อยสลายได้ โดยจะพยายามไม่ให้มีขยะ หรือใช้สิ่งที่เป็นมลภาวะต่างๆกับตำบล เพื่อเป็นต้นแบบ เป็นที่ศึกษาดูงาน รวมทั้งโครงการทำปุ๋ยชีวภาพ ด้วยขยะอินทรีย์ เป็นการลดจำนวนขยะ ส่วนขยะพิษ ขยะอันตราย ก็จะนำส่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดทำลายต่อไป สำหรับ อบต.เหนือเมือง มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 29.25 ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากรทั้งสิ้นรวม 19,750 คน 4,144 ครัวเรือน 23 ชุมชน มีขยะเกิดขึ้น จำนวน 552.91 ตัน/เดือน หรือ 60 ตันต่อวัน โครงการคัดแยกขยะต้นทางสามารถลดปริมาณขยะได้จำนวนมากในแต่ละปี และยังส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้จากขยะทองและร่วมกันสร้างบุญ โดย อบต. จะรับซื้อขยะทุกสัปดาห์ เป็นการลดมลภาวะรวมทั้งรณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้ชาวบ้านร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างดี.

ที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/1595583