ประชุมสัมมนาวิชาการ โครงการนำร่องเขตอากาศสะอาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน


ประชุมสัมมนาวิชาการ โครงการนำร่องเขตอากาศสะอาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน

ประชุมสัมมนาวิชาการ โครงการนำร่องเขตอากาศสะอาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน เรียนรู้แนวทางและวิธีการในการจัดการปัญหาการจราจรและปัญหามลพิษทางอากาศในชุมชนเมืองขนาดใหญ่ พร้อมให้ความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ แผนการดำเนินโครงการนำร่องการกำหนดเขตอากาศสะอาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในเขตกรุงเทพมหานคร ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่มีการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม มีการใช้ระบบการคมนาคมขนส่งค่อนข้างสูง มีจำนวนยานพาหนะมากและสภาพการจราจรติดขัด ประกอบกับกิจกรรมอื่นที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษนอกเหนือจากยานพาหนะ ได้แก่ อุตสาหกรรม กิจกรรมการก่อสร้าง และการเผาในที่โล่ง เป็นต้น ส่งผลให้กรุงเทพมหานครยังคงประสบปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินมาตรการในการควบคุมและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความรุนแรงของปัญหาได้บรรเทาเบาบางลงไปมาก ไม่ว่าจะเป็นสารตะกั่วในบรรยากาศที่พบค่าต่ำกว่ามาตรฐาน ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และฝุ่นละอองซึ่งมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้คุณภาพอากาศดีขึ้นตามลำดับ ปัญหาดังกล่าวนี้แม้จะได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงประสบปัญหามลพิษทางอากาศ โดยจากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ในกรุงเทพมหานคร ในปี 2560 พบว่าสารมลพิษทางอากาศที่ยังเป็นปัญหา คือ ฝุ่นละออง ( PM10 และ PM2.5 ) ก๊าซโอโซน (O3) และสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ฝุ่นละออง PM10 เฉลี่ย 24 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 7 -136 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 120) พบเกินมาตรฐานร้อยละ 1.8 ของข้อมูลการตรวจวัดทั้งหมด ส่วนค่าเฉลี่ยรายปี 41 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 50) มีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา ฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ช.ม. ตรวจวัดได้ในช่วง 4-86 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 50) พบเกินมาตรฐาน ร้อยละ 4 ของจำนวนข้อมูลที่ตรวจวัดทั้งหมด ส่วนค่าเฉลี่ยรายปี 24 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 25) ซึ่งมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ก๊าซโอโซนค่าเฉลี่ย 1 ชั่วโมงสูงสุด ของแต่ละสถานีตรวจวัดเฉลี่ย เท่ากับ 134 พีพีบี (มาตรฐาน 100) โดยพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่านมา ส่วนสาร VOCs ประเภทเบนซีน พบเกินมาตรฐานทั้งบริเวณริมถนนและพื้นที่ทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
นางสุวรรณา กล่าว่า คพ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้จัดทำ ?โครงการนำร่องเขตอากาศสะอาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน? โดยได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยหน่วยงาน Deutshe Gesellschaft fur Internatianale Zusammeharbelt GmbH (GIZ) และได้จัดประชุมสัมมนาวิชาการ เรื่อง โครงการนำร่องเขตอากาศสะอาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เรียนรู้แนวทางและวิธีการในการจัดการปัญหาการจราจรและ ปัญหามลพิษทางอากาศในชุมชนเมืองขนาดใหญ่ในต่างประเทศที่ดำเนินงานได้อย่างสำเร็จ ได้ทราบถึงแผนการดำเนินโครงการนำร่องการกำหนดเขตอากาศสะอาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน และให้ความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินโครงการนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครดังกล่าวให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องเขตอากาศสะอาดฯ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาจะได้ร่วมกันพิจารณาแผนงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการจราจรและปัญหามลพิษทางอากาศจากทุกแหล่งกำเนิด ให้ได้แผนงานที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ในหน่วยงานระดับท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศจากการจราจรและขนส่งและการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในเขตกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อคุณภาพอากาศและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนต่อไป
 
ที่มา http://www.pcd.go.th/Public/News/GetNewsThai.cfm?task=lt2016&id=17868