ทส. แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืน


ทส. แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืน

 

หมอกควันภาคเหนือเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงหน้าแล้งของทุกปี สาเหตุหลักจากไฟป่าและการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก และหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยตั้งแต่ปี 2558 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ เน้นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ 3 ระดับ (ระดับชาติ ระดับภาค และ ระดับจังหวัด) โดยระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการ แบ่งการดำเนินการเป็นสามช่วง ได้แก่ ช่วงเตรียมการ ช่วงรับมือ และช่วงฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืน
จากการบริหารจัดการอย่างเข้มข้น ตามแนวทาง "4 มาตรการเชิงพื้นที่ 4 มาตรการบริหารจัดการ" ประกอบด้วย 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ 1) พื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ 2) พื้นที่เกษตรกรรม 3) พื้นที่ชุมชนและเขตเมือง 4) พื้นที่ริมทาง และ 4 มาตรการบริหารจัดการ ได้แก่ 1) ระบบบัญชาการเหตุการณ์ 2) มาตรการสร้างความตระหนัก 3) มาตรการลดปริมาณเชื้อเพลิง และ 4) มาตรการจิตอาสาประชารัฐ ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยในปี 2560 จุดความร้อนลดลงร้อยละ 46 วันที่ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานลดลงร้อยละ 37 จากปี 2559 และในปี 2561 จุดความร้อนลดลงร้อยละ 13 วันที่ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานลดลงร้อยละ 10 จากปี 2560
 
การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ประเทศไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคจัดทำโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Transboundary Haze - Free Roadmap) กำหนดเป้าหมายให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดจากหมอกควันภายในปี 2563 และแผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 เพื่อป้องกันมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ChiangRai 2017 Plan of Action for Transboundary Haze Pollution Control in the Mekong Sub-Region) เพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์ของ ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap และให้ความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อช่วยสร้างจิตสำนึกและความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน
สำหรับปี 2562 นี้ รัฐบาลได้เพิ่มความเข้มข้นในการบริหารจัดการ จาก 4 มาตรการ เป็น 5 มาตรการ โดยเพิ่มเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ยังเพิ่มมิติการทำงาน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทุกระดับและภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และการศึกษา และยังคงเดินหน้าให้ความร่วมมือ ผลักดัน รวมถึงแสดงความเป็นผู้นำในการจัดการปัญหาในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

 


ผู้ประสานงาน : นิชร คงเพชร (pubpcd@gmail(dot)com)

ที่มา http://www.pcd.go.th/Public/News/GetNewsThai.cfm?task=lt2019&id=18563