ศาลสั่งจำคุก 3 ปี’พระพรหมกวี’ ผิดคดีทุบ’โบราณสถาน’


ศาลสั่งจำคุก 3 ปี’พระพรหมกวี’ ผิดคดีทุบ’โบราณสถาน’

25 เมษายน 2562

 

ศาลตัดสินเจ้าอาวาสวัดกัลยาฯ มีความผิด คดีทุบทำลายโบราณสถานภายในวัด มีโทษ 3 ปี แต่รับสารภาพ จึงลดหย่อนโทษ และให้รอลงอาญา 1 ปี สำนักพุทธฯชี้เจ้าอาวาสวัดกัลยาฯ ทำตามหน้าที่เจ้าอาวาส มีเจตนาพัฒนาวัด แต่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายของกรมศิลป์ ยันไม่ต้องสละสมณเพศ

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายบวรเวท รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ได้ดำเนินการแจ้งความคดีทุบทำลาย โบราณสถาน วัดกัลยาณมิตร เมื่อปี 2558  ต่อสน.บุปผาราม และต่อมาทางอัยการได้พิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางฝ่ายนิติกรของตนได้แจ้งมาว่า ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแล้ว โดยตัดสินว่า เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร มีความผิด ต้องโทษจำคุก 3 ปี แต่ทางเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดหย่อนโทษให้เหลือ 1 ใน 3 คือ เหลือโทษจำคุก 1 ปี และพิพากษาให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี ทั้งนี้คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากทางวัดกัลยาณมิตรมีการรื้อถอนศาลาราย และกุฏิในคณะ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานตามประกาศของกรมศิลปากร
นายบวรเวท กล่าวต่อไปว่า สำหรับคดีดังกล่าวเป็นคดีแรกที่ศาลได้ตัดสิน หลังจากที่ทางกรมศิลปากรได้ดำเนินการแจ้งความวัดกัลยาณมิตร ที่สน.บุปผาราม ซึ่งหลังจากนี้ยังมีอีก 2 คดี กำลังอยู่ในการพิจารณาคดีของศาล โดยจะเป็นคดีที่เกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุบทำลายโบราณสถาน วัดกัลยาณมิตร ทั้งนี้การที่ตนต้องดำเนินการเข้าแจ้งความในขณะนั้น เพราะการกระทำของวัดกัลยาณมิตรได้มีการทุบทำลายโบราณสถานในเขตโบราณสถาน ซึ่งถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม 2535
ด้านพระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร กล่าวว่า ศาลให้รอลงอาญา 1 ปี ดังนั้นการตัดสินในคดีดังกล่าวถือว่าจบแล้ว สิ้นสุดแล้ว

ขณะที่ นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะรองโฆษกพศ. กล่าวว่า กรณีของเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร ถือว่าท่านดำเนินการตามหน้าที่เจ้าอาวาสวัด ที่ระบุในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ให้เจ้าอาวาสมีหน้าที่ บำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี ท่านจึงดำเนินการบูรณะพัฒนาวัด ดูแลทรัพย์สินวัดตามหน้าที่ของเจ้าอาวาส แต่การดำเนินงานของท่านกลับไม่สอดคล้องกับกฎหมายของทางกรมศิลปากร จึงเกิดการแจ้งความฟ้องร้องขึ้นมา อย่างไรก็ตามในทางคณะสงฆ์ถือว่าท่านไม่ได้มีความบกพร่อง เพราะท่านทำตามหน้าที่ของเจ้าอาวาส และท่านไม่ได้ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ไม่ได้ทำผิดพระธรรมวินัย ประกอบกับการตัดสินของศาล คือ ให้รอลงอาญา 1 ปี ดังนั้นสถานะทางสมณเพศของท่านยังคงอยู่ รวมไปถึงตำแหน่งทางการปกครองสงฆ์ด้วย

ด้าน พระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร กล่าวสั้น ๆ ว่า หลังจากศาลพิพากษาและให้รอลงอาญา 1 ปี เชื่อว่าคดีนี้คงสิ้นสุดแล้ว

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/705770